เรื่องไร้สาระ, บ้านและห้อง
posted on 26 Sep 2008 19:44 by praard1
ไร้สาระ
ไม่ได้อับเดทอะไรเพิ่มเติมมาร่วมเดือนได้
ไม่ใช่ไม่ว่าง แต่ขี้เกียด บางครั้งแรงบันดาลใจก็มีอยู่
แต่ความขี้เกียดมันบดบังจนมิดทีเดียว
ไหนๆก็พูดเรื่องความขี้เกียจแล้ว ผมว่ามัน
จู่โจมทุกคนอย่างท่วนหน้า โดยเฉพาะผม ช่วงนี้
ช่างขี้เกียจเหลือเกิน ยิ่งไม่มีงานต้องส่งมากมาย
แล้วก็อ่านหนังสือจนหมดตู้แล้ว สิ่งที่เลือกที่จะทำคือ
นอน ครับ นอน.... ยิ่งนอนมากก็ยิ่งง่วง แล้วพอง่วง
ก็ยิ่งนอน
มีคนทักหลายคนว่าผอมลง ผมมีวิธีลดน้ำหนัก
ง่ายๆครับ เช่าหอพักที่อยู่ชั้นสูงๆ (ไม่มีลิฟต์) แล้วก็อยู่
ลึกๆสุดซอยได้ยิ่งดี จากนั้นก็นอนครับ นอน พอหิวก็
นึกภาพเดินออกไปกินข้าว แล้วก็เปรียบเทียบความสบาย
เมื่ออยู่บนเตียง แล้วก็นอนต่อ ครับ เก็บไว้หิวๆกินซะมื้อ
ตอนค่ำๆไม่มีแดด นอกจากได้เรื่องน้ำหนักแล้วยังได้ผิวขาว
อีกด้วยเพราะไม่โดนแดด
ไร้สาระมา 3ย่อหน้าแล้ว และมั่นใจว่าจะไร้สาระต่อไป
วันนี้ไปหาหนังสือมาเติมตู้ อย่างที่บอกไว้ย่อหน้าที่แล้วว่า
หนังสือหมดตู้ ผมเลยเลือกที่จะไปสยามพารากอนครับ
ห้างที่หรูที่สุดในประเทศไทย เหมาะกับคนรสนิยมดีอย่างผม
สิ่งแรกที่หา ป้ายแผนที่ ห้างบ้าอะไรไม่รู้เดินโคตรยากเลย
บางโซนหลงเข้าไปเขาเห็น ใส่ชุดนักศึกษามอมๆก็ส่งสายตา
เหยียดหยามมาอย่างรู้ทันว่ามันไม่มีปัญญาซื้อหรอก
..."เออ แล้วกูบอกว่ากูมีตังหรือไง"
พอหาหนังสือจาก Kinokuniya มาอ่านได้แล้ว ก็ลองไปเดิน
สยาม ดูเหมือนมันไม่มีอะไรคุ้นเคยเลย เหมือนมันมีแต่เด็ก
มัธยมหัวเกรียน กับหนุ่มสาวจุฬาแต่งตัวเป็นผู้เป็นคน
วันเวลามันพรากความสดใสไปจากผมแล้วหรือนี่...
2
บ้าน
พอไม่ได้กลับบ้านอย่างจริงจังร่วมเดือน ทำให้ผมเข้าใจ
ความหมายของคำว่าบ้านมากขึ้น ไม่ว่าอะไรจะเปลี่ยน แต่ก็ยัง
มีบางสิ่งบางอย่างที่ดลใจให้เรากลับมา สำหรับผม ความห่าง
ระหว่างบ้าน กับผม ไม่ได้ทำให้ความผูกพันลดลงเลยแต่มันกลับ
เพิ่มมากขั้นอีกรักมากขึ้นอีก คิดถึงมากขึ้นอีก
ห้อง
พออยู่ห้องผมอยู่คนเดียว ผมเลือกเองที่จะอยู่คนเดียว
ผมเลือกที่จะอยู่ห่างจากเพื่อน ห่างจากครอบครัว ผมเลือกเอง
แต่ผมยังมีความเหงาอยู่เป็นเพื่อน มีเสียงของความเงียบที่คอย
พูดคุยกับผม ผมอยู่ในโลกที่ผมเลือกได้ โลกที่ผมเป็นเจ้าของ
ไม่ต้องแคร์ใคร ไม่ต้องรับผิดชอบใคร นอกจากตัวเราเอง
แต่เมื่ออยู่คนเดียวในห้องก็ยิ่งเห็นความสำคัญของเพื่อนและ
ครอบครัว ผมว่าการที่เราไม่มีมันจะทำให้เราเห็นคุณค่าของการมี
และเมื่อมีแล้วเราก็ควรจะรู้จักพอ
ถึงห้องจะไม่อบอุ่นเท่าบ้าน แต่มันก็ทำให้ผมรู้จักตัวเองมากขึ้น
และถึงบ้านจะไม่ส่วนตัวเท่าห้อง แต่บ้านก็ทำให้ผมรู้จักการอยู่ร่วมกับ
คนอื่นมากขึ้น
ผมมีบ้าน และ ผมมีห้อง ผมรักบ้านและอยู่อย่างมีความสุข
และผมเลือกที่จะอยู่ห้องในยามที่รู้สึกว่ามีมากพอ ถ้าเราสุขอย่าง
พอเพียง และทุกข์ให้เพียงพอ คงทำให้อะไรๆสบายใจมากขึ้น