ไร้สาระ

          ไม่ได้อับเดทอะไรเพิ่มเติมมาร่วมเดือนได้
ไม่ใช่ไม่ว่าง แต่ขี้เกียด บางครั้งแรงบันดาลใจก็มีอยู่
แต่ความขี้เกียดมันบดบังจนมิดทีเดียว

          ไหนๆก็พูดเรื่องความขี้เกียจแล้ว ผมว่ามัน
จู่โจมทุกคนอย่างท่วนหน้า โดยเฉพาะผม ช่วงนี้
ช่างขี้เกียจเหลือเกิน ยิ่งไม่มีงานต้องส่งมากมาย
แล้วก็อ่านหนังสือจนหมดตู้แล้ว สิ่งที่เลือกที่จะทำคือ
นอน ครับ นอน.... ยิ่งนอนมากก็ยิ่งง่วง แล้วพอง่วง
ก็ยิ่งนอน

          มีคนทักหลายคนว่าผอมลง ผมมีวิธีลดน้ำหนัก
ง่ายๆครับ เช่าหอพักที่อยู่ชั้นสูงๆ (ไม่มีลิฟต์) แล้วก็อยู่
ลึกๆสุดซอยได้ยิ่งดี จากนั้นก็นอนครับ นอน พอหิวก็
นึกภาพเดินออกไปกินข้าว แล้วก็เปรียบเทียบความสบาย
เมื่ออยู่บนเตียง  แล้วก็นอนต่อ ครับ เก็บไว้หิวๆกินซะมื้อ
ตอนค่ำๆไม่มีแดด นอกจากได้เรื่องน้ำหนักแล้วยังได้ผิวขาว
อีกด้วยเพราะไม่โดนแดด

         ไร้สาระมา 3ย่อหน้าแล้ว และมั่นใจว่าจะไร้สาระต่อไป
วันนี้ไปหาหนังสือมาเติมตู้ อย่างที่บอกไว้ย่อหน้าที่แล้วว่า
หนังสือหมดตู้ ผมเลยเลือกที่จะไปสยามพารากอนครับ
ห้างที่หรูที่สุดในประเทศไทย เหมาะกับคนรสนิยมดีอย่างผม
สิ่งแรกที่หา ป้ายแผนที่ ห้างบ้าอะไรไม่รู้เดินโคตรยากเลย
บางโซนหลงเข้าไปเขาเห็น ใส่ชุดนักศึกษามอมๆก็ส่งสายตา
เหยียดหยามมาอย่างรู้ทันว่ามันไม่มีปัญญาซื้อหรอก
..."เออ แล้วกูบอกว่ากูมีตังหรือไง"
พอหาหนังสือจาก Kinokuniya มาอ่านได้แล้ว ก็ลองไปเดิน
สยาม ดูเหมือนมันไม่มีอะไรคุ้นเคยเลย เหมือนมันมีแต่เด็ก
มัธยมหัวเกรียน กับหนุ่มสาวจุฬาแต่งตัวเป็นผู้เป็นคน
วันเวลามันพรากความสดใสไปจากผมแล้วหรือนี่...

2

บ้าน

          พอไม่ได้กลับบ้านอย่างจริงจังร่วมเดือน ทำให้ผมเข้าใจ
ความหมายของคำว่าบ้านมากขึ้น ไม่ว่าอะไรจะเปลี่ยน แต่ก็ยัง
มีบางสิ่งบางอย่างที่ดลใจให้เรากลับมา สำหรับผม ความห่าง
ระหว่างบ้าน กับผม ไม่ได้ทำให้ความผูกพันลดลงเลยแต่มันกลับ
เพิ่มมากขั้นอีกรักมากขึ้นอีก คิดถึงมากขึ้นอีก

ห้อง

          พออยู่ห้องผมอยู่คนเดียว ผมเลือกเองที่จะอยู่คนเดียว
ผมเลือกที่จะอยู่ห่างจากเพื่อน ห่างจากครอบครัว ผมเลือกเอง
แต่ผมยังมีความเหงาอยู่เป็นเพื่อน มีเสียงของความเงียบที่คอย
พูดคุยกับผม ผมอยู่ในโลกที่ผมเลือกได้ โลกที่ผมเป็นเจ้าของ
ไม่ต้องแคร์ใคร ไม่ต้องรับผิดชอบใคร นอกจากตัวเราเอง
แต่เมื่ออยู่คนเดียวในห้องก็ยิ่งเห็นความสำคัญของเพื่อนและ
ครอบครัว ผมว่าการที่เราไม่มีมันจะทำให้เราเห็นคุณค่าของการมี
และเมื่อมีแล้วเราก็ควรจะรู้จักพอ

          ถึงห้องจะไม่อบอุ่นเท่าบ้าน แต่มันก็ทำให้ผมรู้จักตัวเองมากขึ้น
และถึงบ้านจะไม่ส่วนตัวเท่าห้อง แต่บ้านก็ทำให้ผมรู้จักการอยู่ร่วมกับ
คนอื่นมากขึ้น

          ผมมีบ้าน และ ผมมีห้อง ผมรักบ้านและอยู่อย่างมีความสุข
และผมเลือกที่จะอยู่ห้องในยามที่รู้สึกว่ามีมากพอ ถ้าเราสุขอย่าง
พอเพียง และทุกข์ให้เพียงพอ คงทำให้อะไรๆสบายใจมากขึ้น

 

พันธมิตร

posted on 26 Aug 2008 22:37 by praard

 

 

           ที่สุดแล้วก็จะไม่มีตอนจบ

           วันนี้ไม่ทราบว่าอะไรดลใจผมให้ตื่นขึ้นมาในเวลาประมาณแปดนาฬิกา และอะไรที่ว่านั้นก็ดลใจให้ผมเปิดโทรทัศน์ ทั้งที่เมื่อคืนนอนเกือบๆตีสาม และทั้งๆที่วันที่นอนไม่ดึกก็ไม่เคนคิดจะตื่นเช้าเช่นกัน แต่วันนี้ผมตื่นมาเปิด โทรทัศน์

           ภาพที่ผมเห็นบนแก้วที่อยู่บริเวณด้านหน้าของกล่องพลาสติกสี่เหลี่ยม (ซึ่งเรี่ยกว่าโทรทัศน์และไม่รู้จะอธิบายไปทำไมให้เสียเวลาอ่าน) ผมเห็นผู้ชาย ร่างท้วม อักษรย่อ ส.ร.ย  ส.ท.ศ.น.จ.ด.  กับผู้หญิงร้างเล็กที่รู้จักในนาม น้อง ก. ทั้งคู่ปรากฎกายในรายการอักษรย่อ ร.ล.ช.น. ในสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง ส. และด้วยความไร้สาระก็ทำให้ได้บรรทัดที่อ่านแล้วไม่ได้กระตุ่นต่อมใดๆในสมองเลยมาอีกราวๆ 3 บรรทัดได้

           ก่อนที่จะออกนอกเรื่อง (เล่าเช้านี่) ไปไกล "พันธมิตรฯ บุก NBT" ในหัวคิดเพียง .... . . . .  .  .  .  .   .   .   .   . "หยุดเรียน ไม่ต้องสอบ ไม่ต้องส่งงาน หึหึหึหึ ปฏิวัติเลยซี่ๆ กูทำงานยังไม่เสร็จยังไม่อยากไปส่ง หึหึหึ"
เฮิ้ยไม่ใช่.... . . . .  .  .  .  . "ทำไมกัน จะปฏิวัติอีกหรอ จะเอาไงกันแน่ แล้วจะปฏิวัติไปทำไมในเมื่อสุดท้ายเค้าก็เลือกพรรคเดิม"

          การเมืองไทยจะไปทิศทางไหนใครกำหนดผมไม่ทราบ แต่ผมคิดว่าไม่ว่าอย่างไร อำนาจก็มักจะตกอยู่ในเงื้อมือของคนกลุ่มเดียวเสมอ และสิ่งที่เรียกว่า อำนาจ ถ้าผู้ครอบครองมัน จิตใจไม่แข็งแกร่งพอ ยังจมอยู่กับความสนุกของการมีอำนาจ ความสะดวกสบาย ที่ได้จากมัน เมื่อนั้นมันก็จะเป็นอาวุธที่ร้ายกาจ ซึ่งทำลายทั้งคนรอบข้างและตัวเอง ในที่สุดก็ทำลายชาติ

          แต่.. ถ้าคนที่ครอบครองอำนาจไว้ มีคุณธรรม และจิตใจเข้มแข็ง คนผู้นั้น จะสามารถสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้

          ผมไม่มั่นใจว่าถ้าผมมีอำนาจในมือผมจะใช้มันในแง่ไหนแต่ผมมีสังหรว่าผมจะทำเรื่องที่ไม่ดีสักเท่าไหร่นัก อันที่จริงแล้วผมอาจทำสิ่งที่เลวร้ายกว่าคนพวกนี้ก็เป็นได้

          การเมืองไม่ใช่สิ่งเลวร้าย แต่สิ่งที่เลวร้ายอาจจะอยู่ที่คนเล่นการเมืองบางคนเกือบทุกคนที่ลงเล่นการเมือง ก็มันจะโดนด่า โดนว่า แต่ทำไม ยังมีคนที่ลงไปเล่นการเมืองอีก มีอะไรอยู่เบื้องหลังหรือปล่าว หรือว่าเค้าอาจจะอยากพัฒนาชาติจริงๆก็ได้นะ

           ข่าวยังดำเนินต่อไป มีการให้สัมภาษณ์ของผู้ประกาศข่าวจาก NBT เล่าถึงเหตุการณ์ การบุก การปิดการถ่ายทอดสัญญาณ

          พรุ่งนี้จะเป็นอย่างไรผมไม่รู้ ผมคิดเพียงว่าการรวมพลังกันของคนที่มีความคิดเหมือนกันหรือบางทีอาจถูกทำให้มีความคิดเหมือนกัน มันเกิดพลังได้จริง ไม่ว่าจะเป็นพลังในด้านใดก็ตาม การรวมกันของคน ไม่ว่าเมื่อไหร่ เพื่อจุดประสงค์ใด มันก็ทำให้ผมขนลุกได้เสมอ ความยิ่งใหญ่ของความสามัคคี คงจะมีประโยชน์อย่างมากหากนำมันมาใช้ให้ถูกต้อง ถูกที่ ถูกเวลา

          และสุดท้ายนี้ผมคิดว่าถ้าผมเขียนไปมากกว่านี้อาจจะเครียดยิ่งขึ้นจนได้ลง 'มติชนสุดสัปดาห์' ก็เป็นได้ ผมจึงอยากยุติเรื่องพวกนี้ไว้เพียงเท่านี้ดีกว่า

           คุณไม่ต้องทราบหรอกครับว่าผมอยู่ฝ่ายไหน แต่ผมเกลียดผู้ชายอักษรย่อ ส.ม. ส.ท.ร.ว.  จริงๆครับ . . . .

 

เพลง : อิฐก้อนหนึ่ง
ศิลปิน : บี พีระพัฒน์ เถรว่อง

ให้ลมมันแรงร้อนเพียงใด
ให้มีฝนมากมาย
แดดเกรียมเผาแทบตาย
อย่าไปยอมแพ้

อย่ายอมให้ลมพัดเราไป
อย่ายอมเพราะความง่าย
หยัดยืนสู้ด้วยใจ
ด้วยใจที่รวมกัน

อิฐก้อนหนึ่งซึ่งถูกวางอย่างเดียวดาย
มีความหมายแค่เพียงดินที่คนปั้น
ซ่อนความงามซ่อนความจริงและความฝัน
อิฐก่อนนั้นคงรอวันเพื่อมีค่า

อิฐหมื่นแสนที่ถูกวางอย่างสร้างสรรค์
อัศจรรย์จึงบันดาลขึ้นตรงหน้า
ก่อกำแพงสร้างบ้านเรือนตึกระฟ้า
แดดลมฝนจะพัดพาไม่มีหวั่น

อิฐก่อนนั้นช่วยป้องกันไม่หวั่นเลย
อิฐก่อนนั้นช่วยป้องกันไม่หวั่นเลย

อิฐก้อนไหนจะถูกวางไว้อย่างเดิม
อิฐก้อนไหนจะถูกวางไว้สร้างเมือง
อิฐก้อนไหน..จะถูกวาง..ไว้สร้างเมือง

<object width="300" height="110"><param name="movie" value="http://media.imeem.com/m/U4DzOJZeaA"></param><param name="wmode" value="transparent"></param><embed src="http://media.imeem.com/m/U4DzOJZeaA" type="application/x-shockwave-flash" width="300" height="110" wmode="transparent"></embed><a href="http://www.imeem.com/cartoonss/music/HsVIVRTD//">อิฐก้อนหนึ่ง - บี พีระพัฒน์</a></object>

edit @ 27 Aug 2008 00:10:55 by praard

edit @ 27 Aug 2008 17:02:41 by praard

เดี่ยว

posted on 22 Aug 2008 22:12 by praard

 1

          เพราะเขาคือความเงียบงัน

          ได้ฟังเพลงนี้ครั้งแรกตอนดู VCD เดี่ยวไมโครโฟน 6 (ตูดหมึก)
และเพิ่งได้ยินอีกครั้ง ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นที่เปิดหลังจากผู้ชมเดี่ยวเดิน
ออกจาก Auditorium ที่แสดงสด ดนตรีที่ครึกครึ้นผนวกกับการเล่น
คำที่ เช่น ให้เคล้า ให้ครื้น ให้คึก ให้โครมคราม ทำให้ท่วงทำนองฟัง
สนุกสนาน แต่ เนื้อร้องที่ฟังดูเหงาๆ หม่นๆ ขัดกันได้อย่างลงตัวจริงๆ

          ที่จริงอีกหนึ่งเหตุผลที่ชอบเพลงนี้อาจเป็นเพราะ คุณ ประภาส
ชลศลานนท์ ด้วย ผมชอบวงเฉลียง มาพักใหญ่ๆแล้ว บทเพลงของ
วงเฉลียงหลายๆเพลงแสดงให้เห็นถึงความห่วงใยต่อโลก และความ
ใส่ใจต่อความฝันของพวกเขาจริงๆ ผมคิดว่าถ้าเพลงสมัยใหม่ เอา
เนื้อหาออกจากเรื่องความรักบ้างก็ดีนะ

          ขอให้ทุกคนอยาลืมความฝันในวัยเยาว์นะครับ แต่อย่า
ให้ความฝันของเราทำร้าย อะไร หรือ ใคร เลยนะครับ

 

เดี่ยว

ประภาส ชลศลานนท์

มีเสียงหัวเราะ มีทั้งรอยยิ้มตั้งแยะ และของขวัญ
มีฉันมีเธอมีเขาทุกโมงยาม
มันล้อมชีวิตให้เคล้า ให้ครื้น ให้คึก ให้โครมคราม
แต่ฉันยังถามตัวเองทุกที
มันเหงา มันหงอยบ้างไหมมาใช้ชีวิตแค่ลำพัง มาฝังตัวเองอย่างนี้
ทั้ง ๆ ที่แสงที่สีและเสียงสะท้านด้วยดนตรี
แต่ฉันมันดูเดียวดาย

แต่มีอีกคน ที่เป็นเพื่อนกัน
ทุกๆ วัน ยังคอยเฝ้าตามฉันมา
เหงาเมื่อไหร่ ต้องโผล่มาหา ทักทาย ไม่มีเว้น
ได้พูดได้คุยกอดคอเหมือนเดิม
เหมือนมาเติม ตัวตนที่เราเคยเป็น
เพื่อนคนนี้ ไม่มีใครเห็น
เพราะเขาคือความเงียบงัน

จะฝัน จะฟุ้ง จะฝอย จะรุก จะถอย ก็คนเดียว
จะเหลียว จะเล่น จะเรียน ไม่มีใคร
จะเขียน จะคิด จะครวญ จะเร จะรวน ก็ทำไป
ไม่มีคนไหนมาฉุดมาดึง

ทางโน้นก็แสงทางนั้นก็เสียงและสีอีกกี่สี ชีวิตบางทีจะขาดผึง
จะหันจะเหไปไหน ไม่เห็นสักหนสักแห่งนึง
ที่เขาเข้าใจเราพอ

 

2

          เฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ

          เมื่อวันอาทิตย์ที่แล้ว ผมไปซื้อของที่เซนทัล ลาดพร้าว
เห็นฝูงชนจำนวนมาก กำลังยืนมุงกันตามระเบียงชั้นต่างๆ
ประหนึ่งยืนมองดาราตบกันกลางห้าง

          แต่ที่จริงแล้วพวกเขาไม่ได้ดูคนตบกัน แต่ดูคนต่อยกัน
ตังหาก เป็นการแข่งขันโอลิมปิก ที่ถูกถ่ายทอดข้ามประเทศมายัง
จอโทรทัศน์ขนาดใหญ่กลางห้าง ผู้คนที่ยืนมุงส่งเสียงเฮพร้อมกัน
และโห่ยยยยยย พร้อมกัน ภาพที่เห็นนั้นแสดงถึงความรักในประเทศ
ไทยของทุกคน ผมเชื่อว่าถึงคนแต่ละคนจะมีความเห็นที่ต่างกัน
แต่ภายในลึกๆแล้วก็ยังมีความรักในสิ่งเดียวกัน คือ ความรักในประเทศ

          มวยจบแล้ว ผู้คนแยกย้ายกันไปตามทางของตนหลังจากทิ้ง
เสียงปรบมือไว้ ภาพประทับใจนั้นยังติดอยู่ในสมอง ผู้คนที่ไม่รู้จักกัน
ร่วมกันเฮลั่นเมื่อได้รับชัยชนะ ขอบคุณโทรทัศน์จอยักษ์ ขอบคุณ
กีฬา ขอบคุณความรักของคนไทย ขอบคุณครับ

 

edit @ 23 Aug 2008 14:06:16 by praard